รายละเอียดคุณลักษณะ
1.เครื่องอะตอมมิกแอบซอร์พชั่นแบบเปลวไฟและเตาเผาไฟฟ้า
เป็นเครื่องมือที่สามารถวิเคราะห์หาปริมาณโลหะในตัวอย่างชนิดต่างๆ เช่น น้ำดื่ม น้ำผิวดิน น้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม น้ำทะล ดิน พืช อาหาร สารเคมียา ตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ เป็นต้น โดยอาศัยหลักการวัดการดูดกลืนคลื่นแสงของอะตอม ด้วยชุดผลิตไออะตอมแบบเปลวไฟ(Flame AAS) และแบบเตาเผาไฟฟ้า (Graphite Furnace AAS) โดยทั้งสองส่วนอยู่ภายในเครื่องเดียวกัน (Stacked Flame & Furnace Design) ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งทำงานร่วมกับระบบควบคุม ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้การวิเคราะห์เป็นไปตามวัตถุประสงค์
1.1 ระบบการแยกแสง (Optical System) เป็นแบบลำแสงคู่ (Real-Time Double-beam)โดยใช้เทคโนโลยีใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งผ่านของลำแสงเป็นผลให้ได้ detection limit ที่ดี
1.2 ชุดอุปกรณ์แยกแสง (Monochromator)เป็นแบบ Littrow Design ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อนเพื่อเลือกและปรับความยาวคลื่นโดยอัตโนมัติ ครอบคลุมความยาวคลื่นตั้งแต่ 184-900 นาโนเมตร โดยใช้ Diffraction grating ขนาด 64 x 72 มิลลิเมตร มีความละเอียด 1,800 เส้นต่อมิลลิเมตร สามารถปรับ Slit width เพื่อให้ได้ Spectral Bandwidth ที่ 0.2, 0.7 และ 2.0 นาโนเมตรอีกทั้งสามารถปรับ Slit height เพื่อให้เหมาะกับแต่ละเทคนิค
1.3 ระบบตรวจวัดสัญญาณ(Detector) เป็นแบบ Solid-state Detector (SSD) โดยมีตัวแปลงประจุแบบ CMOS ที่มีสัญญาณรบกวนต่ำติดตั้งอยู่ในตัว
1.4 ระบบควบคุมแหล่งกำเนิดแสง
1.4.1 สามารถบรรจุหลอดกำเนิดแสงได้ 8 หลอด ซึ่งควบคุมการเลือกและการปรับหาตำแหน่งที่ดีที่สุดของหลอดด้วยคอมพิวเตอร์
1.4.2 สามารถใช้กับหลอดกำเนิดแสงชนิด Hollow CathodeLamp (HCL) แบบไร้สายขนาด 2 นิ้วได้
1.4.3 สามารถใช้กับหลอดกำเนิดแสงชนิด Electrodeless Discharge Lamp (EDL) โดยมีแหล่งพลังงานของหลอดชนิด EDL อยู่ภายในตัวเครื่อง และสามารถใช้งานหลอด EDL ได้ 2 ตำแหน่ง
1.4.4 เครื่องมือจะทราบชนิดของ lamp และกระแสไฟที่ใช้งานเมื่อติดตั้ง lamp เข้ากับเครื่องมือ
1.4.5 สามารถอุ่นหลอดก่อนใช้งาน (lamp pre-warming) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการวิเคราะห์
1.4.6 สามารถตรวจสอบอายุการใช้งานของ lamp ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทราบถึงประสิทธิภาพของ lamp อันจะส่งผลให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ
1.5 ระบบแก้ไขค่า Background(Flame AAS)
ระบบแก้ไขค่า Background เป็นแหล่งกำเนิดแสงแบบต่อเนื่อง (Continuum) ชนิดลำแสงคู่ (Double-beam) โดยใช้หลอด Deuterium ความเข้มสูงติดตั้งอยู่ภายในเครื่องมือ
1.6 ระบบแก้ไขค่า Background(Graphite Furnace AAS)
ระบบแก้ไขค่า Background เป็นแบบ Longitudinal AC Zeeman-effect Background Correction มีความเข้มของสนามแม่เหล็กไม่เกิน0.8 เทสลา ซึ่งแม่เหล็กจะเปิดโดยอัตโนมัติระหว่างขั้น atomization เท่านั้น โดยทิศทางของสนามแม่เหล็กจะอยู่ในแนวเดียวกับลำแสง ไม่จำเป็นต้องมี polarizer เพื่อตัดแสงเหมือนกับระบบ Polarized Zeeman ทำให้ได้ความเข้มแสงเป็น 2 เท่า
1.7 ระบบเปลวไฟ (Flame AAS)
1.7.1 ระบบควบคุมอัตราการไหลของก๊าซเชื้อเพลิงและก๊าซออกซิแดนท์ รวมถึงระบบการจุดไฟควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ มีระบบจุดเปลวไฟชนิดไนตรัสออกไซด์กับอะเซทิลีนด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันความผิดพลาด โดยระบบจะปรับอัตราการไหลของก๊าซอะเซทิลีนโดยอัตโนมัติก่อนการเปลี่ยนชนิดของก๊าซออกซิแดนท์
1.7.2 ระบบความปลอดภัย(Safety Interlocks) เครื่องมือจะไม่สามารถจุดเปลวไฟได้ หากเกิดความผิดพลาด ดังต่อไปนี้
– Burner head, nebulizer/end cap และระบบระบายน้ำทิ้งติดตั้งไม่ถูกต้อง
– ระดับน้ำในท่อระบายน้ำทิ้งไม่ถูกต้อง
– ความดันของก๊าซต่ำเกินไป
– เครื่องจะทำการตัดก๊าซโดยอัตโนมัติ ในกรณีจุดเปลวไฟไม่ติดหรือเกิดความผิดพลาดจากจุดอื่น
– เครื่องทำการ shutdown อย่างปลอดภัย ในกรณีไฟฟ้าดับ
1.7.3 ระบบนำเข้าสารตัวอย่างเป็นแบบถอดเปลี่ยนง่าย (quick change) โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเพื่อให้ง่ายในการทำความสะอาดและเปลี่ยนเทคนิคการวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังไม่มีท่อก๊าซต่ออยู่กับระบบเพื่อให้ง่ายในการบำรุงรักษาและถอดเปลี่ยน
1.7.4 การปรับหาตำแหน่งที่เหมาะสมของเปลวไฟในการวิเคราะห์ ทำได้ได้โดยอัตโนมัติจากการปรับ burner ในแนวตั้งและแนวนอนจากคอมพิวเตอร์
1.7.5สามารถปรับหาสภาวะที่เหมาะสมของเปลวไฟในการวิเคราะห์ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ sensitivity สูงสุดของแต่ละธาตุ
1.7.6 ห้องฉีดพ่นสารละลาย (Spray Chamber) ทำจากวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนและแข็งแรง ทำมุมเอียงเพื่อให้ระบายน้ำทิ้งได้ดี
1.7.7 หัวฉีดพ่นสารละลาย (Nebulizer) เป็นแบบ high sensitivity ทำจากพลาสติกที่ทนต่อการกัดกร่อนของสารละลาย ใช้ capillary ที่ทำจาก Pt/Ir เพื่อให้ทนต่อการกัดกร่อนสูงสุด และมี impact bead ติดตั้งอยู่ที่ปลาย nebulizer เพื่อเพิ่ม sensitivity
1.7.8หัวเตาเผา (Burner head) เป็นแบบช่องเดี่ยว (single-slot) ที่มีความยาวของ slot 10 เซ็นติเมตร ทำจากโลหะ titanium ซึ่งทนการกัดกร่อนสูง
1.7.9 มีระบบไล่ก๊าซที่เหลือค้างอยู่ภายในเครื่องและภายในท่อ โดยควบคุมจากคอมพิวเตอร์
1.8ระบบเตาเผาไฟฟ้า (Graphite Furnace AAS)
1.8.1 ระบบเตาเผาไฟฟ้าเป็นแบบ Transversely Heated Graphite Atomizer (THGA)ซึ่งเป็นการให้ความร้อนจากด้านข้างของหลอดกราไฟต์ ทำให้การกระจายตัวของอุณหภูมิสม่ำเสมอตลอดแนวยาวของหลอดลดการเกิดสิ่งรบกวนและทำให้ผลการวิเคราะห์ดีขึ้น
1.8.2 ใช้ก๊าซอาร์กอนในการ purge ป้องกันบริเวณรอบหลอดกราไฟต์ไม่ให้อากาศเข้าสู่ภายใน เพื่อเป็นการยืดอายุของหลอดกราไฟต์ และใช้ก๊าซอาร์กอนในการ purge ภายในหลอดกราไฟต์เพื่อกำจัดไอระเหยออกในขั้นตอน drying และ pyrolysis สามารถเลือกก๊าซได้ 2 ชนิดโดยควบคุมอย่างอิสระจากคอมพิวเตอร์ การเปิดและปิดเตาเผาไฟฟ้าใช้ระบบ pneumatic เพื่อให้ง่ายต่อการเปลี่ยนหลอดกราไฟต์
1.8.3 ตั้งโปรแกรมในการทำงานได้สูงสุด 12 ขั้น โดยแต่ละขั้นสามารถปรับได้ดังนี้
– ปรับการให้อุณหภูมิแก่หลอดกราไฟต์ได้จากอุณหภูมิห้องจนถึง 2,600 องศาเซลเซียส โดยปรับได้ครั้งละ 10 องศาเซลเซียส
– ปรับตั้งเวลาในขั้นตอน Ramp time และ Hold time ได้ตั้งแต่ 1 วินาทีจนถึง 99 วินาทีโดยปรับได้ครั้งละ 1 วินาที
– ปรับอัตราการไหลของก๊าซภายในหลอดกราไฟต์ได้ 3 ระดับที่ 0, 50 และ 250 มิลลิลิตรต่อนาที โดยสามารถเลือกสลับใช้งานก๊าซชนิดอื่นได้
1.8.4 มีระบบน้ำหล่อเย็นสำหรับตัวกราไฟต์เป็นเครื่องหมายการค้าเดียวกับตัวเครื่องวิเคราะห์โลหะ โดยระบบน้ำหมุนเวียนในตัวเครื่องเป็นระบบปิดและไม่ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำจากภายนอก
1.8.5 มีกล้อง (TubeView furnace camera) แสดงเป็นภาพสี เพื่อให้สามารถมองเห็นภายใน graphite tube ซึ่งเป็นประโยชน์ในการปรับ autosampler tip และพัฒนาโปรแกรมการวิเคราะห์
1.9อุปกรณ์ป้อนสารละลายอัตโนมัติสำหรับระบบเตาเผาไฟฟ้า (Graphite Furnace Autosampler)
1.9.1มีถาดบรรจุถ้วยสารละลายตัวอย่าง (Sample Tray) ติดตั้งอยู่ด้านหน้าของเครื่อง สามารถถอดเปลี่ยนถาดได้ 2 ขนาดได้แก่ 88 และ 148 ถ้วย โดยมีตำแหน่งในการล้างปิเปตดูดสารละลายแบบน้ำล้น 1 ตำแหน่ง
1.9.2 สามารถดูดสารละลายได้ปริมาตรตั้งแต่ 1 จนถึง 99 ไมโครลิตร โดยปรับความละเอียดในการดูดได้ครั้งละ 1 ไมโครลิตร ควบคุมการทำงานจากคอมพิวเตอร์ โดยมีปริมาตรในการล้างปิเปตที่ 1.3 มิลลิลิตร




